อดีตที่มืดมิดของโรงแรมเซซิล ที่มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน

news

ในลอสแอนเจลิสมีโรงแรมเก่าแก่แห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความสยองขวัญ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตในโรงแรมแห่งนี้อย่างน้อย 16 ราย นับตั้งแต่เปิดตัวในช่วงทศวรรษ 1920 จนกลายเป็นซีรีส์สารคดีอาชญากรรมที่น่าสนใจใน Netflix

สารคดีอาชญากรรมที่ชื่อว่า Crime Scene: The Vanishing at the Cecil Hotel ได้เริ่มต้นจากคดีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของ เอลิซา แลม นักศึกษาชาวแคนาดา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการสืบสวนอดีตอันมืดมิดของโรงแรมเซซิลที่ถูกขนานนามว่าเป็น “โรงแรมแห่งความตาย”

อดีตผู้จัดการอย่าง เอมี ไพรส์ กล่าวว่า เธอมักถูกลูกค้าถามอยู่เสมอว่า “ที่นี่มีห้องไหนที่ยังไม่มีคนตายในนั้นบ้างไหม” และเธอกล่าวว่า “ฉันไม่เคยทำใจให้ชินกับเรื่องนั้นได้สักที”

โรงแรมเซซิลเปิดตัวในปี 1927 แต่ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น สเตย์ออนเมน (Stay on Main) ในปี 2011 เพื่อลบภาพจำเดิม ๆ ของโรงแรมในอดีต แต่มันก็ยังคงอยู่เรียกตามชื่อเดิมอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากอดีตที่ไม่มีวันลืมของที่นี่

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 มีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตที่โรงแรมแห่งนี้ถึง 6 ราย ต่อมาในปี 1944 คุณแม่วัยรุ่นรายหนึ่งได้โยนลูกทารกแรกเกิดของเธอออกมาทางหน้าต่าง ซึ่งเธอไม่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ก่อนที่จะให้กำเนิดเด็กชายในห้องน้ำ ซึ่งเธอถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม แต่ก็ไม่ถูกดำเนินคดีเพราะพบว่าเธอมีความวิกลจริต

ในปี 1947 หญิงวัย 22 ปี นามว่า เอลิซาเบธ ชอร์ต ที่มีฉายาว่า “ดอกรักเร่สีดำ” (Black Dahlia) ถูกพบเห็นว่ามาดื่มที่โรงแรมเซซิลเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อันน่าสยดสยอง และคดีของเธอกลายเป็นหนึ่งในคดีที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้รับการไขคดีจนถึงตอนนี้

ร่างของเอลิซาเบธถูกพบข้างทางบริเวณเขตชานเมืองทางใต้ของลอสแอนเจลิส สภาพของเธอแทบไม่มีใครจำได้ สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นคือใบหน้าของเธอถูกกรีดเป็นทางยาวให้ดูคล้ายกับรอยยิ้มที่ชวนสยอง

สองทศวรรษต่อมา โลกดี ออสกูด พนักงานโทรศัพท์ที่เกษียณอายุแล้วถูกพบในห้องของเธอที่โรงเแรมเซซิลในปี 1964 โดยถูกข่มขืน รัดคอ และถูกแทงจนเสียชีวิต เป็นอีกคดียังไม่คลี่คลายจนถึงตอนนี้

ส่วนอดีตแขกผู้เข้าพักในโรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุด 2 คน คือ ริชาร์ด รามิเรซ ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักในชื่อ Night Stalker และอีกคนคือ แจ็ก อันเตอร์เวเกอร์ ฆาตกรต่อเนื่องชาวออสเตรีย

ริชาร์ด รามิเรซ คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 13 คนในแคลิฟอร์เนียในช่วงกลางทศวรรษ 1980 โดยเขาอาศัยอยู่ในห้องบนชั้น 14 ของโรงแรมก่อนที่จะถูกจับ ซึ่งเขาได้ทิ้งเสื้อผ้าเปื้อนเลือดลงในถังขยะก่อนจะกลับเข้าทางประตูหลังของโรงแรมเสมอ

ในขณะที่ แจ็ก อันเตอร์เวเกอร์ ถูกเชื่อว่าเป็นคนสังหารสาวบริการ 3 รายในลอสแอนเจลิสในขณะที่อยู่ที่โรงแรมในปี 1991 โดยเขาเลือกที่จะพักอยู่ในโรงแรมเซซิลเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อริชาร์ด รามิเรซ

ในตัวอย่างของสารดี ผู้หญิงรายหนึ่งกล่าวว่า “โรงแรมเซซิลมีภาพลักษณ์อันมืดหม่นมาตลอดประวัติศาสตร์ของมัน”

“นี่เป็นสถานที่ที่พวกฆาตกรต่อเนื่องได้มาปลดปล่อยตัวเอง เช่น ริชาร์ด รามิเรซ ที่กลับมาแบบตัวโชกเลือด และไม่มีใครมีปัญหากับเรื่องนั้นสักนิด”

แน่นอนว่าคดีเหล่านี้คงไม่ได้โด่งดังบนโลกอินเทอร์เน็ตมากเท่ากับคดีของ เอลิซา แลม นักศึกษาจากแวนคูเวอร์ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ในตอนนั้นเองไม่มีใครทราบว่าเธอหายไปไหน หลักฐานเดียวที่ตำรวจมีก็คือคลิปวิดีโอที่เธออยู่ในลิฟต์และทำท่าทางประหลาด กลายเป็นกระแสไปทั่วโลกออนไลน์ในเวลาต่อมา และหลายคนน่าจะทราบจุดจบของคดีนี้กันอยู่แล้ว

ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องราวร้าย ๆ เกิดขึ้นที่โรงแรมเซซิลซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าจะมีเหตุการณ์อะไรอีกบ้างที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับโรงแรมแห่งนี้ แต่ที่แน่ ๆ โรงแรมเซซิลได้กลายเป็นภาพจำของโรงแรมที่มีประวัติศาสตร์อันดำมืดอย่างไม่มีวันลืม